ประชาสัมพันธ์แหล่งทุนวิจัย/การตีพิมพ์เผยแพร่


ข้าวอินทรีย์ไทยมีสะดุด ติดเกณฑ์มาตรฐานจีน

จีนต้องการข้าวหอมมะลิจากไทย 1.2 ล้านตันต่อปี แต่ไทยสามารถส่งได้เพียง 386,000 ตัน...ในจำนวนนี้เป็นข้าวอินทรีย์ที่จีนให้การยอมรับเพียง 3,000 ตันเท่านั้นเอง “จากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคและตลาดซื้อขายข้าว ชาวจีนให้ความสำคัญข้าวสุขภาพ ข้าวเป็นยามากขึ้น สังเกตได้จากตลาดค้าปลีกข้าวสารในจีนหลายๆแห่ง ข้าวสารทั่วไปราคาขายอยู่ที่ กก.ละ 10 หยวน (ประมาณ 50 บาท) ในขณะที่ข้าวอินทรีย์ราคาขยับขึ้นไปอยู่ 40 หยวน ได้ราคาสูงกว่า 4 เท่า แต่ข้าวอินทรีย์ของไทยที่ส่งไปจีนกลับได้ราคาไม่ต่างจากข้าวสารทั่วไป” สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น นายกฤษณพงษ์ ศรีพงษ์พันธุ์กุล รองอธิบดีกรมการข้าว อธิบายว่า แม้ข้าวอินทรีย์ของไทยที่ส่งออกไปจีนจะมีตรารับรองออร์แกนิกไทยแลนด์ หรือไอโฟมก็ตาม...แต่หากไม่มีตราสัญลักษณ์การรับรองมาตรฐานอินทรีย์จีน ข้าวที่ส่งเข้าไปจะถูกจัดเกรดให้อยู่ในระดับเดียวกับข้าวทั่วไป เมื่อถามว่าที่ผ่านมาไทยส่งข้าวอินทรีย์ไปจีนบ้างหรือไม่? คำตอบ...ขณะนี้มีเพียง 4 บริษัท สามารถส่งออกข้าวอินทรีย์ไปได้แค่ปีละ 3,000 ตันเท่านั้น ที่สามารถขายได้ราคาสูงในราคาข้าวอินทรีย์ เพราะเอกชนกลุ่มนี้ได้ทำมาตรฐานอินทรีย์ร่วมกับจีน...ไม่ใช่เราทำกันเองแต่ฝ่ายเดียว ในเมื่อตลาดจีนมีความต้องการข้าวเพื่อสุขภาพ ฉะนั้นเพื่อให้ตลาดข้าวอินทรีย์ไทยเติบโต ส่งออกไปมากคุ้มราคาที่ชาวนา อุตส่าห์ลงแรงทำ นายกฤษณพงษ์ เสนอว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องมาตรฐานข้าวอินทรีย์จะต้องหันมาทำความเข้าใจและรับฟังความคิดเห็นของฝ่ายจีนที่ได้เสนอวิธีการมา 2 แบบ แบบแรก...จัดทำมาตรฐานข้าวอินทรีย์ร่วมกันระหว่างไทย-จีน “ฝ่ายจีนได้เสนอขอที่จะจัดทำ แต่ยังติดอยู่ที่หน่วยงานภาครัฐของไทยที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน ยังมีความเห็นไม่ตรงกัน ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องยากเพราะเรามีหน่วยรับรอง CB (Certification Body) ที่สามารถเปิดให้จีนเข้ามาติดตามระบบการตรวจสินค้า วิธีนี้การส่งออกรวดเร็ว เพราะช่วยลดขั้นตอนการตรวจสอบสินค้าที่ปลายทาง” อีกแบบ...จัดทำโครงการแลก เปลี่ยนซื้อขายสินค้าซึ่งกันและกัน “นี่ก็เป็นอีกวิธีที่จีนเสนอให้กระทรวงเกษตรฯของทั้งสองประเทศมาเจรจาร่วมกันแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้ากัน ไทยมีหน้าที่พัฒนาการผลิตข้าวอินทรีย์ให้เป็นไปตามมาตรฐาน COFCC (China Organic Food Certification Center) หน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงเกษตรจีน ส่วนไทยมีสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ร่วมตรวจสอบรับรองตั้งแต่ต้นทาง” แต่ทั้งหมดทั้งปวงนี้ จะเกิดขึ้นได้เร็วแค่ไหน ข้าวอินทรีย์ไทยจะได้ขึ้นห้างจีนแบบมีศักดิ์ศรีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความชักช้าของหน่วยราชการไทยเท่านั้น...เพราะจีนพร้อมที่จะอ้าแขนรับทุกเวลา

ปลูกกาแฟให้ได้ราคา ต้องรู้จักมาตรฐาน 4C

“ปลูกกาแฟมาตั้งแต่ปี 2529 เกือบถอดใจไปปลูกอย่างอื่น เพราะกาแฟไม่ค่อยโต ให้ผลผลิตน้อย แถมบางปีได้ราคาต่ำ ปี 2556 มาเห็นโครงการปลูกด้วยใจ กาแฟไทยยั่งยืนกับเนสกาแฟ เลยลองเข้าอบรม ได้เรียนรู้หลายอย่าง โดย เฉพาะการต่อกิ่งกาแฟสายพันธุ์ดีบนต้นเดิม จึงทดลองทำ ต้นที่ต่อกิ่งโตเร็ว ให้ผลผลิตมากขึ้น จึงหันมาทำหมดทั้งสวน 2,000 ต้น ผลผลิตจากที่เคยได้ไร่ละ 120 กก. เพิ่มเป็น 320 กก.”   สุดใจ คำยอด เกษตรกรชาวสวนกาแฟ อ.สวี จ.ชุมพร เล่าถึงที่มาของการเข้าร่วมโครงการปลูกด้วยใจ กาแฟไทยยั่งยืนกับเนสกาแฟ...อยู่ที่นำหลักปฏิบัติของมาตรฐานกาแฟระดับโลก มาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับเกษตรกรไทย จนกลายเป็นมาตรฐาน 4C (Common Code for Coffee Community) เป็นครั้งแรกของประเทศที่มีมาตรฐานกาแฟไทย เพื่อให้การผลิตกาแฟเป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยยึดหลัก...10 ข้อห้าม และ 27 ข้อควรทำ 10 ข้อห้าม...ใช้แรงงานเด็ก การบังคับใช้แรงงานที่ไม่เต็มใจ ขัดขวางการเข้าร่วมเป็นตัวแทนองค์กรการค้า บังคับขับไล่แรงงานโดยปราศจากการชดเชย จัดหาที่อยู่ที่ไม่เหมาะสมเพียงพอสำหรับแรงงาน ละเลยการจัดหาน้ำดื่มให้กับแรงงาน การตัดไม้ทำลายป่าหรือทรัพยากรธรรมชาติ การใช้เคมีต้องห้าม การใช้พืชดัดแปลงพันธุกรรม และทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมายหรือไม่โปร่งใส     27 ข้อควรทำ... ครอบคลุมเรื่องเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อจูงใจให้เกษตรกรชาวสวนกาแฟมีการพัฒนา ปรับปรุงตามหลักจริยธรรมนี้อยู่อย่างสม่ำเสมอ อาทิ การสร้างกำไรจากการผลิตระยะยาว การฝึกอบรมพัฒนาทักษะสม่ำเสมอ การจดบันทึกเพื่อปรับปรุงพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต สามารถเข้าถึงข้อมูลการตลาด พัฒนาคุณภาพผลผลิตอย่างต่อเนื่อง มีกลไกการตรวจสอบย้อนกลับ แรงงานต้องได้รับค่าแรงอย่างเป็นธรรม มีการจัดการของเสียอย่างปลอดภัย “ทุกขั้นตอนจะมีนักวิชาการของเนสกาแฟมาให้ความรู้ พร้อมกับติดตามผลตลอด เริ่มตั้งแต่ใส่ปุ๋ยตามการวิเคราะห์ดิน ควบคู่ไปกับการเน้นใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่หาได้ในท้องถิ่นเป็นหลัก การดูแลระหว่างปลูก ไปจนถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิต ที่แนะนำให้เก็บแต่ลูกสุกหรือเหลือง ไม่เก็บแบบรูดออกทั้งช่อ เพื่อให้ได้ผลผลิตมีคุณภาพที่สุด” ทำได้ดังนี้ สุดใจบอกว่า ตลอด 5 ปีที่ทำมา ไม่เพียงทำให้ได้ผลผลิตเพิ่มเกือบ 2 เท่าตัว กาแฟที่ผลิตออกมายังขายง่ายและคล่องกว่าเดิม เพราะสามารถส่งออกไปต่างประเทศได้โดยไม่ถูกกีดกันทางการค้า มีพ่อค้ามาแย่งรับซื้อไม่ต้องกลัวถูกกดราคา และถึงแม้เนสกาแฟจะมีทีมงานมาให้คำปรึกษา แต่ไม่ได้บังคับว่า ผลผลิตออกมาแล้วต้องขายให้บริษัทอย่างเดียว เลยทำให้เกษตรกรมีอิสระในการขายผลผลิตมากขึ้น

กะเหรี่ยงพิการตา ทำเนยถั่วขายขึ้นห้าง

ถ้าขยันตั้งใจจริง ไม่มีอุปสรรคใดจะมาขวางกั้นความสำเร็จได้... ชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงผู้พิการทางสายตา จาก ต.สบเปิง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เป็นอีกตัวอย่าง สามารถก้าวข้ามชีวิตผกผันไปสู่การเป็นเจ้าของกิจการเล็กๆ แต่ด้วยใจไม่เล็ก ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา ในที่สุดก้าวขึ้นสู่สินค้ามาตรฐานส่งขายขึ้นห้างโมเดิร์นเทรด นอกจากช่วยชุมชนรับซื้อผลผลิตทางการเกษตร ยังเจียดกำไรรับเลี้ยงเด็กชาวดอยชายหญิงที่มีปัญหาทั้งเรื่องครอบครัว การเรียน ระเบียบวินัย อีกเกือบ 30 คน “ปี 2541 ขณะเรียนระดับปริญญาตรีใน กทม. ผมเริ่มมีอาการทางสายตา หมอบอกเป็นตาอักเสบเรื้อรัง กระทั่งปี 2544 ผมมองอะไรไม่เห็น เลยกลับมาบ้านทำใจอยู่ 2 ปี ในที่สุดตัดสินใจเรียนต่อจนจบปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ด้วยมองอะไรไม่เห็น พ่อเลยให้มาช่วยดูแลมูลนิธิการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต รับเลี้ยงเด็กกะเหรี่ยง อาข่า ที่มีปัญหา พร้อมกับยึดอาชีพซื้อขายพืชไร่จากเกษตรกร แต่รายได้ไม่มาก วันหนึ่งนึกถึงสูตรเนยถั่วของพ่อที่เป็นมิชชันนารี เลยลองทำดู พัฒนาเรื่อยมาจนปัจจุบัน” พอลร์ ผู้พิชิตไพร เจ้าของกิจการผู้ผลิตเนยถั่วเล่าถึงที่มา ก่อนพัฒนามาตรฐานการผลิตจนสามารถส่งผลิตภัณฑ์ขึ้นห้างเทสโก้ โลตัส...หลังจากลองผิดลองถูกไม่นาน ปี 2552 จึงเริ่มรวบรวมผลผลิตถั่วจากเกษตรกรในพื้นที่นำมาแปรรูป ตั้งบริษัท พีเอยูแอล เทรดดิ้ง ผลิตเนยถั่วและผลิตภัณฑ์อื่นจากถั่ว จากใช้พื้นที่ทำโรงงานแค่ 100 ตร.ม. มีคนงานประจำ 1 คน และกลุ่มแม่บ้านที่มาทำงานหลังช่วงทำนา ผลิตเนยถั่วด้วยมือทุกขั้นตอน จนขยายสู่โรงงานขนาด 2 ไร่ คนงานฝ่ายผลิตเกือบ 20 คน... แต่แล้วก็มีจุดพลิกผัน “เริ่มแรกเราวางขายในหมู่บ้าน แบบเดียวกับสินค้าโอทอป พอปี 2554 เกิดน้ำท่วมใหญ่ เนยถั่วขายดีมากจนผลิตแทบไม่ทัน กระทั่งหลังน้ำท่วม ยอดเริ่มซบเซาลง คนซื้อเริ่มลดสั่งซื้อ บอกว่า การผลิตเรายังไม่ได้มาตรฐาน จึงตัดสินใจเริ่มหา ความรู้จากการเข้าอบรมต่างๆด้วยตัวเอง จนปี 2557 จึงพัฒนาโรงงานให้มีมาตรฐานขึ้น เริ่มมีการใช้เครื่องจักรกึ่งอัตโนมัติเข้ามาช่วย แต่ก็ยังคงใช้แรงงานคนเป็นหลัก เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชน” พอลร์ อธิบายถึงกระบวนการผลิต...แต่ละวันเกษตรกร 45 ราย จะผลัดเปลี่ยนเก็บผลผลิตถั่วลิสงมาตากแห้ง ก่อนนำมาขายโรงงาน กก.ละ 50 บาท คัดกรองโดยใช้กระด้งฝัดถั่ว จากนั้นเข้าเครื่องบดให้เป็นเนยแล้วบรรจุจำหน่าย ปัจจุบันบริษัทมีกลุ่มแม่บ้านทำงานด้วย 10 คน รับซื้อถั่วจากเกษตรกรปีละกว่า 10 ตัน แต่ปีนี้จะเพิ่มการซื้อจากเกษตรกรอีกเท่าตัว เนื่องจากเทสโก้ โลตัส มอบหมายให้ที่นี่ผลิตเนยถั่วให้ในแบรนด์ของเทสโก้ มีด้วยกัน 2 สูตร คือ สูตรบดละเอียด และบดหยาบ เบื้องต้นสั่งผลิตปีละ 30,000 ขวด ขนาด 200 กรัม ราคาขายขวดละ 78 บาท...กำไรที่ได้ 30% พอลร์ ยังคงแบ่งให้มูลนิธิฯอย่างเสมอต้นเสมอปลาย

ตู้เพาะเห็ดอัตโนมัติ ช่วย 'นางฟ้า' ให้ดอกดก

เพาะเห็ดนางฟ้า ใครว่าทำได้ง่าย ต้องลงมือทำเองถึงจะรู้ ต่อให้ใช้ก้อนถุงเชื้อเห็ดดีแค่ไหนมีหลายๆครั้งเห็ดไม่ยอมออกดอก หรือถ้ามีก็เก็บเห็ดได้ไม่มาก ไม่กี่รอบ...การเพาะเห็ดให้ได้ผลผลิตดี ปัจจัยสำคัญไม่ใช่อยู่ที่ก้อนเห็ดอย่างเดียว น้ำความชื้น อุณหภูมิ ต้องเหมาะสม ด้วยเหตุนี้ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย จ.สงขลา จึงคิดประดิษฐ์ตู้เพาะเห็ดและชุดไมโครคอนโทรลเลอร์ ควบคุมอุณหภูมิ “ช่วงราคายางตกเลยหาทางให้ชาวบ้านมีรายได้เสริม จึงมองไปที่การเพาะเห็ดนางฟ้าซึ่งตลาดมีความต้องการมาก และใช้เวลาไม่นานชาวบ้านสามารถเก็บไปขายได้ คิดค้นปรับระบบมาเรื่อย ตั้งแต่ใช้โอ่ง กระทั่งมาจบที่ตู้เพาะเห็ดทำจากอะลูมิเนียม” อ.พิทักษ์ สถิตวรรธนะ เผยว่า การเพาะเห็ดนางฟ้าให้ผลผลิตมาก ปัจจัยสำคัญคืออุณหภูมิในก้อนถุงเห็ดกับการวางเรียง รองลงมาคือการสเปรย์น้ำให้เหมาะสม ไม่ปล่อยให้ชื้นหรือแห้งจนเกินไป หากให้ชาวบ้านใช้แค่ตัววัดอุณหภูมิ ต้องเดินบ่อยๆ นอกจากเสียเวลา บางครั้งยังให้น้ำช้าหรือให้มากเกินไป “จึงนำชุดไมโครคอนโทรลเลอร์ควบคุมอุณหภูมิที่ผลิตในไทย มาใช้วัดอุณหภูมิการเพาะเห็ดนางฟ้านางรม เห็ดนางนวล เห็ดเป๋าฮื้อ เห็ดภูฐาน และเห็ดหลินจือ แล้วเขียนโปรแกรมขึ้นมาตรวจวัดอุณหภูมิ และให้น้ำแบบอัตโนมัติ” อ.พิทักษ์ เล่าว่า การออกแบบครั้งแรกใช้ตุ่มเพาะเห็ด แต่เนื่องจากมีปัญหาต้องคอยเปิดให้อากาศระบายได้ เลยต้องออกแบบใหม่...เป็นตู้เห็ดทำจากอะลูมิเนียม ไม่เกิดสนิม ผนังทุกด้านใช้แผ่นฉนวนกันความร้อน ด้านบนมีช่องระบายอากาศทั้ง 4 ด้าน มีขนาดกว้าง 80 ซม. ยาว 80 ซม. สูง 100 ซม. เหมาะกับผู้ที่มีพื้นที่อาศัยจำกัด ต้องการเพาะเห็ดไว้กินในครัวเรือน ส่วนวิธีการใช้งาน หลังเรียงถุงเห็ดเป็นรูปตัว U จำนวน 130-140 ถุงเข้าตู้เรียบร้อยแล้ว ให้นำสายวัดไมโครคอนโทรลเลอร์วางใต้ถุงเห็ดชั้นบนสุดใช้เพียงตัวเดียว เพื่อวัดอุณหภูมิในกองเห็ดว่ามีความร้อนแค่ไหน หากอุณหภูมิเกิน 32ํ C ระบบสั่งงานให้ปั๊มดึงน้ำจากถังพักสเปรย์น้ำในตู้ทันที โดยไม่ต้องมีคนมากดปุ่มสั่งงานแต่อย่างใด และเมื่อสเปรย์น้ำได้อุณหภูมิที่เหมาะสม ระบบจะหยุดให้เอง แต่จะมีน้ำหลงเหลือค้างอยู่ในระบบท่อ บวกกับละอองเห็ดในตู้ จะทำให้เกิดกลิ่นอับ อ.พิทักษ์ แนะวิธีแก้ปัญหา หลังเก็บเห็ดครั้งแรกหมดให้ใส่น้ำอีเอ็ม และสารสกัดสมุนไพรจากธรรมชาติลงในบ่อพักน้ำ นอกจากจะแก้ปัญหาเรื่องกลิ่นได้แล้ว ยังช่วยแก้ปัญหามด แมลง เข้าไปแทะกัดถุงก้อนเห็ดได้ด้วย สนใจตู้เพาะเห็ดอัตโนมัติ คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 สิ่งประดิษฐ์คิดค้นทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำปี 2560 จากกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ติดต่อได้ที่ 08-9738-6158

เห็ดทรัฟเฟิล 5 พันธุใหม่ พบในรัฐนิวแฮมพ์เชียร์

สถานีทดลองทางการเกษตรนิวแฮมพ์เชียร์ แห่งมหาวิทยาลัยนิวแฮมพ์เชียร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รายงานในวารสารสมาคมราวิทยานานาชาติ (IMA Fungus) ถึงการค้นพบเห็ดทรัฟเฟิลสายพันธุ์ใหม่ 5 ชนิด ซึ่งไรอัน สตีเฟนส์ นักศึกษาระดับปริญญาเอก พบในป่าสงวนแห่งชาติไวท์เมาน์เทน โดยเห็ดทรัฟเฟิลชนิดใหม่ถูกค้นพบในพื้นที่ทดลองปลูกป่าบาร์ตเล็ตต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในป่าที่ดีที่สุดในการศึกษาวิจัยในรัฐนิวอิงแลนด์ นักวิจัยเผยว่า เห็ดทรัฟเฟิลที่พบใหม่อาจให้ข้อมูลสำคัญที่เชื่อมโยงถึงสภาพความอุดมสมบูรณ์ในป่าแห่งภูมิภาคนี้ จริงๆแล้วเห็ดทรัฟเฟิลเป็นผลพวงที่เกิดจากเชื้อราใต้ดิน มีความแตกต่างจากเห็ดทั่วไปที่ขยายพันธุ์โดยอาศัยแรงลมกระจายสปอร์ไปเติบโตยังที่อื่นๆ แต่เห็ดทรัฟเฟิลต้องรอให้สัตว์มาคุ้ยเขี่ยหากินให้สปอร์ของพวกมันกระจายออกไป ทำให้นักวิจัยมุ่งความสนใจศึกษาความสัมพันธ์ทางชีวภาพของเห็ดทรัฟเฟิลกับรากของต้นไม้ เนื่องจากต้นไม้จะไม่สามารถอยู่รอดได้หากปราศจากเชื้อราไมคอร์ไรซา (mycorrhizal) ในระบบราก ทั้งนี้ เห็ดทรัฟเฟิล 3 ชนิดใหม่ได้รับการตั้งชื่อไปแล้วคือ E.remickii ตั้งตามชื่อของผู้ช่วยเก็บทรัฟเฟิล และ E. bartlettii ได้จากชื่อสกุลของผู้ว่าการรัฐนิวแฮมพ์เชียร์ ส่วน E.oreoides ตั้งชื่อตามลักษณะที่คล้ายกับคุกกี้ยี่ห้อโอรีโอ อย่างไรก็ตาม เห็ดทรัฟเฟิลแต่ละชนิดจะมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และเป็นเห็ดหายากที่มีราคาแพงมาก

มะนาว+มะละกอ+มะเขือยาว ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

วางแผนปลูกพืช เป็นอีกวิธีการหนึ่งช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ในช่วงรอเก็บเกี่ยวผลผลิตจากพืชหลัก วางแผนได้ดีมีเงินหมุนเวียนทุกวัน ถือเป็นการนำแนวทางเกษตรผสมผสานของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาประยุกต์ใช้ทำพื้นที่ทำกินให้เกิดประโยชน์สูงสุด “ได้ออเดอร์จากเพื่อนให้ส่งออกมะนาวตาฮิติ เลยมาเช่าพื้นที่ 100 ไร่ แต่พอเห็นร่องสวนว่างๆ ประกอบกับนึกถึงแนวทางเกษตรผสมผสานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ปลูกพืชหลากชนิด จะได้มีเงินหมุนเวียนจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตลอด เลยนำมะละกอมาปลูกคั่นกลางระหว่างแถวปลูกมะนาว แต่พื้นที่ว่างระหว่างต้นมะนาวที่ห่างกัน 3.5 เมตร ยังว่างอยู่อีก เลยลองเอามะเขือยาวมาปลูกแซมระหว่างต้นมะนาว เพื่อหารายได้ระหว่างเก็บเกี่ยวมะนาวและมะละกอยังไม่ให้ผลผลิต” ณรงค์ ร่างใหญ่ เกษตรกร อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ อดีตนักกฎหมายผู้ใช้วิชาที่ร่ำเรียนมาทำงานได้แค่ปีเดียว ก็ลาออกมายึดอาชีพเกษตรอย่างจริงจัง เล่าถึงที่มาของการปลูกพืชผสมผสานในที่เดียวกันตามแนวทางพระองค์ท่าน ด้วยมะนาวตาฮิติ 4,500 ต้น กว่าจะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ต้องใช้เวลาปีครึ่ง เลยต้องปลูกมะละกอริมร่อง 10,000 ต้น 7 เดือนถึงจะเก็บเกี่ยวได้ ระหว่างนี้คนงานว่าง จึงมานำมะเขือยาว 1,500 ต้นมาปลูกแซมเข้าไปอีก ใช้เวลา 2 เดือนครึ่ง สามารถเก็บผลผลิตมาเลี้ยงคนงานได้ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 100,000 บาท ณรงค์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงวิธีการปลูกมะเขือยาว...จะใช้ต้นตอมะเขือพวงป่ามาเสียบยอดกับมะเขือยาว เพราะมะเขือพวงป่าหากินเก่ง ไม่ค่อยมีโรค แมลง รบกวน อยู่ได้นานกว่า 2 ปี เลยทำให้ได้ลูกยาว ใหญ่ ดก กว่ามะเขือยาวทั่วไปที่อยู่ได้แค่ปีเดียวก็เริ่มเฉา ส่วนการดูแลรักษาไม่ยาก รดน้ำใส่ปุ๋ยเดือนละครั้ง พร้อมกับมะนาวและมะละกอเลย และพ่นธาตุอาหารเสริมสาหร่ายทะเล แคลเซียม โบรอนทางใบทุก 15 วัน การเก็บเกี่ยวผลผลิตช่วง 2 เดือนครึ่ง เก็บผลผลิตได้น้อยแค่หลักร้อยกิโลกรัม แต่หลังจาก 4 เดือนไปแล้ว จะให้ผลผลิตถึงประมาณ 2,000 กก. ทุก 5-7 วัน มีแม่ค้ามารับถึงหน้าสวน ส่วนหนึ่งส่งขายตลาดสี่มุมเมืองไปพร้อมกับมะละกอ มะเขือยาวแพ็กถุงละ 5 กก. ราคา 50-70 บาท...1 รอบ (5-7 วัน) เก็บได้ 300-400 ถุง เป็นเงินไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท เดือนหนึ่งการันตีรายได้เสริมให้กับสวนนี้ไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท ยังไม่นับมะละกอที่ทำรายได้......มะนาวอีก....... นับเป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จจากการนำแนวทางของพ่อมาต่อยอด เพียงแค่คิดว่าทำทุกพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เท่านี้ก็อยู่ได้อย่างสบาย เลี้ยงตัวเอง เลี้ยงลูกน้องได้อย่างสบายๆ ไม่รวมผลผลิตมะละกอ มะนาว ที่กำลังตามมา สนใจข้อมูลติดต่อเจ้าของสวนโดยตรงได้ที่ โทร.08-7506-3989

คณะเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ


โทร. 0 357 9096 แฟกซ์ 0 3570 9096 e-mail : agrihuntra@hotmail.com

60 หมู่ที่ 3 ถนนสายเอเชีย ตำบลหันตรา อำเภอพระนครศรีอยุธยา
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13000

Copyright © 2018 wse.wathit . All rights reserved.